ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี บริษัท TAD มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นที่มีพนักงานเพียง 20 คน จนในปัจจุบันมีพนักงานเกือบ 300 คน แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจ และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการได้รับไว้วางใจจากลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตยานยนต์
“ในช่วงแรกของการผลิต เราเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มีต้นแบบจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างอิงจาก Drawing ของญี่ปุ่น แต่เมื่อธุรกิจได้เติบโตขึ้น เราได้พัฒนาศักยภาพทั้งในด้านการออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้เรามี Drawing ที่พัฒนาขึ้นเองในสาขาไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโดยตรง” (คุณโคอิเดะ ตำแหน่ง President)
ในด้านศักยาภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท TAD มีเครือข่ายด้าน R&D ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทย และประเทศอินเดีย ซึ่งได้ดำเนินการร่วมพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากทั้ง 3 สาขาที่มีฝ่าย R&D แล้ว บริษัท TAD ยังมีสาขาที่ไต้หวัน อินโดนีเซีย และเวียดนามอีกด้วย
นอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับรถจักรยานยนต์แล้ว บริษัท TAD ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับยานพาหนะประเภทอื่นๆ เช่น เรือ เครื่องยนต์ทางการเกษตร และอุปกรณ์สำหรับรถแทรกเตอร์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของ TAD
จากการเติบโตของธุรกิจ สู่ความท้าทายในการเตรียมความพร้อมสำหรับ Industry 4.0
การเติบโตของ TAD ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในด้านจำนวนของพนักงาน หรือ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังมาในรูปแบบของการก้าวเข้าสู่ยุคที่นำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการภายในองค์กรด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 บริษัท TAD จึงดำเนินการพัฒนาระบบภายในอย่างต่อเนื่องด้วยการนำเอาเทคโนโลยีด้าน Automation, IoT, AI และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ พร้อมเชื่อมโยง จัดเก็บและนำข้อมูลระหว่างแผนกและในกระบวนการผลิต(Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ทางบริษัทมองเห็นข้อจำกัดของระบบ และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ไม่ว่าจะเป็นในด้านความเร็วในการประมวลผล พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล และความพร้อมในการรองรับการใช้งานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้เกิดเป็นโครงการปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ
เพื่อให้โครงการสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และกำจัดปัญหาที่เคยมีอยู่ได้ บริษัท TAD จึงมองหา Technology Partner ที่สามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาวได้อย่างครอบคลุม โดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้
・ความรวดเร็วในการให้บริการ
เนื่องจากระบบไอทีมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและกระบวนการผลิต เมื่อเกิดปัญหาจะต้องเข้าถึงและแก้ปัญหาได้ทันที
・สถานที่ตั้งของบริษัทผู้ให้บริการ
ต้องสามารถเข้าถึง หรือเดินทางมาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา
・ความเหมาะสมของค่าใช้จ่าย
・ความสามารถและความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการ
จากปัจจัยเหล่านี้ TAD จึงเลือก Thai NS เข้ามาสนับสนุนการยกระดับ Infrastructure และเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
นอกจากการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่แล้ว Thai NS ยังให้ความสำคัญกับการเข้าใจการใช้งานจริง และมองไปถึงความต้องการที่จะใช้งานในอนาคต เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างแข็งแกร่ง
ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ภายใต้โครงสร้างและระบบที่แข็งแกร่งพร้อมพาร์ทเนอร์อย่าง Thai NS Solution นำไปสู่การได้รับการสนับสนุนด้าน BOI ระดับ 100%
Thai NS สนับสนุนการยกระดับและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบ รองรับการขยายตัว และเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สิ่งที่ TAD ให้ความสำคัญคือความรวดเร็วในการให้บริการ โดย Thai NS มีทีมสนับสนุนอยู่ในจังหวัดระยอง ใกล้กับพื้นที่ดำเนินงานของเรา ทำให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ TAD (คุณศิริพร ตำแหน่ง Asst. Chief แผนก IT)
Thai NS ไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบันของ TAD แต่ยังให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจรูปแบบการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตของธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำเสนอแนวทางด้าน Infrastructure ที่เหมาะสมและรองรับความต้องการในระยะยาว รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตัวของ TAD และการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0
TAD กำลังเดินหน้าสู่ Industry 4.0 ผ่านการนำ Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงเครื่องจักร ระบบ Network และข้อมูลจากกระบวนการผลิตเข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดการใช้ข้อมูลด้วย AI, Machine Learning และ Big Data เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการผลิต โดยโครงการดังกล่าวได้รับการส่งเสริมจาก BOIในระดับ 100% ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Manufacturing ของ TAD
การได้รับการสนับสนุนระดับ 100% จาก BOI เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาองค์กรให้เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในขณะที่ระบบภายในต่างๆ เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์ Infrastructure ได้กลายเป็นองค์ประกอบเบื้องหลังที่ขาดไม่ได้ การมีพาร์ทเนอร์ที่สามารถให้คำปรึกษา ดูแลระบบ ตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทสามารถเดินหน้าโครงการและดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายด้านการโจมตีทางไซเบอร์ของอุตสาหกรรมการผลิต 4.0
เมื่อ TAD เชื่อมโยงระบบการผลิต เครื่องจักร Network และระบบดิจิทัลเข้าด้วยกันมากขึ้น Cybersecurity จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 4.0 โดย Thai NS เข้ามามีบทบาทในการดูแลและเตรียมความพร้อมของ Infrastructure เพื่อช่วยลดความเสี่ยง และเสริมความต่อเนื่องของกระบวนการผลิตจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
การเสริมความแข็งแกร่งด้าน Cybersecurity เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อได้แม้เผชิญวิกฤตโดย Thai NS
ASSESS → DETECT → PROTECT → RESPOND → RECOVER