
ในวันที่โลกอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบอัตโนมัติ (Automation) สู่การเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประเทศไทยกลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการยกระดับโรงงานสู่ "Smart Factory"
บทความนี้ Samurai Asia มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณ Matrix Choong, General Manager ของ Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd. ตัวแทนจาก Advantech ผู้นำเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และ Edge Computing ระดับโลก ถึงกลยุทธ์การนำโซลูชัน AIoT (Artificial Intelligence of Things) เข้ามาแก้ไขปัญหาของภาคการผลิตไทย พร้อมเปิดเบื้องหลังความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง PTS เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd. เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Industrial IoT (IIoT) และระบบอัตโนมัติชั้นนำระดับโลก เป็นบริษัทในเครือของ Advantech ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่ไต้หวัน และมีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุมทั่วโลก
ในประเทศไทย Advantech ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนาระบบ (System Integration) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Edge Computing, IoT Gateway, SCADA และ Data Visualization ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนา Smart Factory และการบริหารจัดการข้อมูลภายในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ Samurai Asia: จาก 43 ปีของ Advantech วันนี้บริษัทกำลังนิยามตัวเองในอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างไร? Samurai Asia: "Digitalization" ได้รับการพูดถึงอย่างมากในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย คุณมองเห็นโอกาสและความท้าทายนี้อย่างไร? หนึ่งในความกังวลหลักของโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันคือ “ความปลอดภัยของข้อมูล” จากความท้าทายดังกล่าว คุณ Matrix ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันเรือธงที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลและการบริหารจัดการระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และออกแบบมาให้สามารถประมวลผลข้อมูลภายในโรงงานได้โดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ การนำ AI มาใช้งานในโรงงานจริง เช่น Vision AI หรือ Large Language Model (LLM) จะนำไปสู่การทำให้โรงงานกลายเป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และสร้างความสะดวกสบายในการทำงานแก่พนักงานในสายการผลิต ตลอดจนแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้
คุณ Matrix ได้กล่าวถึงความน่าสนใจในการใช้งาน AI ในสายการผลิตไว้ดังนี้ Advantech ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทย โดยมองว่าการผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเข้าใจตลาดในเชิงลึกคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการร่วมงานกับ PTS ซึ่งมีฐานลูกค้าญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์ตรงในตลาดไทย คุณ Matrix: กลยุทธ์ของเราคือ "Empower Partner" ครับ Advantech มีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง แต่ PTS คือผู้นำที่มีฐานลูกค้าญี่ปุ่นที่เหนียวแน่นและมีความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง เราสนับสนุนทั้งด้านเทคนิคและการฝึกอบรม เพื่อให้ทีมงาน PTS เปลี่ยนผ่านจาก Trading สู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้าน AIoT และ Smart Factory การผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะสร้าง Impact ครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล 
▲ คุณ Matrix Choong จาก Advantech
Advantech ผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร
พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Digitalization
คุณ Matrix: Advantech เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Industrial Data Acquisition และ Automation จนมาถึงยุค Industrial Computing วันนี้หัวใจสำคัญของเราคือโครงสร้าง AIoT (AI + IoT) เรากำลังเปลี่ยนจากระบบที่ "ตั้งโปรแกรมไว้" (Programmable) ไปสู่ระบบที่ "เชื่อมต่อและประมวลผลได้" (Connected System)
โครงสร้างของเราประกอบด้วย 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับล่างสุดคือ Sensors ที่วัดอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน และพลังงาน ขยับขึ้นมาที่ Controller และ Networking ซึ่งเป็น Gateway ในการแปลงภาษาอุตสาหกรรม (Modbus, RS485) ให้เป็นระบบ IT (TCP/IP), และระดับสูงสุดคือ Industrial Cloud ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ iFactory และแดชบอร์ดอัจฉริยะ เพื่อบริหารจัดการทุกอย่างในโรงงานให้กลายเป็น Smart Factory ได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
คุณ Matrix: "Digitalization" คือคีย์เวิร์ดแห่งยุคครับ ในประเทศไทยเราแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามลักษณะอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ต้องการความแม่นยำและการเก็บข้อมูลดิจิทัลที่ละเอียดเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ส่วนกลุ่มยานยนต์ ซึ่งอยู่ในยุค Industry 3.0 กำลังมุ่งสู่ 4.0 จะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย และความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นหลัก เนื่องจากมีเครื่องจักรหนักและหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์
โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้เครื่องจักรที่ "เงียบ" สามารถ "ส่งเสียง" บอกสถานะได้ (Visualization) แบบเรียลไทม์ เราช่วยให้โรงงานทำ Predictive Maintenance หรือการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ เพื่อลดการสูญเสียจากการที่เครื่องจักรหยุดกะทันหัน ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าและ ROI (Return on Investment) ได้มากกว่าการลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่เพียงอย่างเดียว
นวัตกรรมอะไรที่เป็น "Game Changer" สำหรับตลาดเมืองไทย
ผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติเด่น EdgeLink

เกตเวย์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่เป็น "ล่าม" แปลภาษา PLC หลากหลายแบรนด์ในโรงงานยานยนต์
(เช่น Mitsubishi, Allen-Bradley) ให้มาแสดงผลบน Dashboard เดียวกันPHM & 3-Axis Vibration Sensors (WISE-2410)

・เซ็นเซอร์ที่วัดแรงสั่นสะเทือนได้ครบ 3 แกน (X, Y, Z) พร้อม AI ที่วิเคราะห์ได้แม่นยำ 70-90%
・สามารถระบุอาการได้ลึกเหมือนคุณหมอวินิจฉัยโรค เช่น มีแรงเฉือนผิดปกติ (Shear Force) หรือการวางตำแหน่งไม่ตรง (Alignment Issue) ทำให้โรงงานใช้พาร์ทอะไหล่ได้คุ้มค่าที่สุดก่อนจะเปลี่ยน
Edge AI ( NVIDIA® Jetson Thor™) (AIR-075)

คอมพิวเตอร์ AI ประสิทธิภาพสูงที่รันโมเดล AI หนักๆ ได้ที่หน้างานโดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Cloud, ตอบโจทย์เรื่อง Cyber Security และ Data Leakage เพราะข้อมูลความลับทางการค้าและ Drawing ต่างๆ จะถูกประมวลผลอยู่ภายในโรงงานเท่านั้น
คุณ Matrix: เราสามารถอัปเกรดกล้อง CCTV เดิมในโรงงานให้ฉลาดขึ้นด้วย AI เช่น ตรวจจับการสวมชุด PPE, ตรวจจับควันไฟ หรือแจ้งเตือนเมื่อมีคนเข้าพื้นที่อันตราย (Dangerous Zone), รวมถึงการทำ Object Detection เพื่อควบคุมคุณภาพในสายการผลิต
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ LLM ผ่านโซลูชัน GenAI Studio ซึ่งโรงงานสามารถอัปโหลดคู่มือ PDF ทั้งหมดลงในเครื่อง AI แล้วให้วิศวกรพิมพ์ถามปัญหาเหมือนแชทบอท เช่น "โค้ด Error นี้ต้องแก้ยังไง" AI จะค้นหาคำตอบจาก Manual มาให้ทันที วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและเป็นหัวใจสำคัญในการส่งต่อความรู้ (Knowledge Transfer) เมื่อพนักงานที่มีประสบการณ์ลาออกไป
PTS × Advantech กุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและเข้าใจตลาดในเชิงลึก

▲ จากด้านซ้าย คุณ Matrix Choong จาก Advantech และคุณทิพวรรณ จาก PTS
คุณทิพวรรณ: ในฐานะบริษัทการค้า เรามองว่าตลาดด้าน IoT เป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญที่ต้องเข้าไปบุกเบิก ปัจจุบันโรงงานขนาดใหญ่ในประเทศไทยต่างให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยีและโซลูชันไปประยุกต์ใช้งานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงคาดหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการไปยังลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต
Advantech มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมศักยภาพให้กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการต่อยอดธุรกิจของทั้งสองฝ่าย แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถและเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

▲ พนักงานจาก Advantech และ PTS

คุณ Matrix Choong
General Manager
Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd.

คุณทิพวรรณ เสวกวงษ์
Reginal Sales Manager
Precision Tools Service (Thailand) Co., Ltd.
หากสนใจผลิตภัณฑ์ หรือ โซลูชันสำหรับโรงงานอัจฉริยะ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อ PTS ได้ผ่านแบบฟอร์มด้านล่างนี้