
SATO AUTO-ID (THAILAND) เป็นบริษัทในเครือของกลุ่ม SATO ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีในประเทศไทย บริษัทได้ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายฉลากรวมถึงให้บริการโซลูชันการจดจำอัตโนมัติ จนทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศไทยอันดับ 1 และเมื่อปี 2025 บริษัทได้ย้ายไปโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาให้เป็น “โรงงานที่มองเห็นได้” ซึ่งลูกค้าสามารถสัมผัสกับประสบการณ์ผ่านโซลูชันของบริษัทได้จริงเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า
【หัวข้อหลักของบทความนี้】
■ ภาพรวมธุรกิจและจุดแข็งของบริษัทในประเทศไทย
■ แนวคิดและเป้าหมายของโรงงานใหม่
■ สถานที่แบบ Experience Facility ที่รวมโรงงาน สำนักงานและโชว์รูมไว้ในที่เดียว
■ วิสัยทัศน์ในอนาคตที่มุ่งสู่การเป็นต้นแบบระดับโลก
SATO AUTO-ID (THAILAND) ก่อตั้งในปี 2001 และครบรอบ 25 ปีในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 200 คน ดำเนินธุรกิจหลัก คือ การผลิตและจำหน่ายฉลาก ตลอดจนนำเสนอโซลูชันอัตโนมัติ เช่น บาร์โค้ด และ RFID เป็นต้น
จุดแข็งของบริษัท 
▲ โซลูชันต่างๆ
1. สามารถให้บริการเครื่องพิมพ์ฉลากและซอฟต์แวร์แบบครบวงจร
2. สามารถเข้าไปทำงานร่วมกับหน้างานจริงของลูกค้าได้ (End User)
ในระดับโลกมีบริษัทจำนวนมากที่เชี่ยวชาญเพียงแค่เครื่องพิมพ์หรือฉลากแต่เราสามารถดำเนินการทั้ง 2 ด้านในระดับลึกและยังสามารถพัฒนาโซลูชันที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ร่วมกัน นอกจากนี้ บริษัทสามารถเข้าไปที่หน้างานของลูกค้าและช่วยแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งถือเป็นจุดแข็งเฉพาะของเรา พร้อมกันนั้น ภายใต้โลโก้ของ SATO ยังมีคำขวัญ “Powered On Site = พลังจากหน้างานจริง” ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการทำงานในสถานที่ปฏิบัติงานจริงของลูกค้า

โรงงานเดิมตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมซึ่งประสบปัญหาเรื่องการทรุดตัวของพื้นดินและข้อจำกัดในการขยายอุปกรณ์การผลิต ดังนั้น ในปี 2025 บริษัทจึงตัดสินใจสร้างโรงงานใหม่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมบางปูซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบ 25 ปีของบริษัท

จุดเด่นของโรงงานใหม่
✔ การออกแบบอาคารภายนอกให้มีลักษณะเหมือนบาร์โค้ด
✔ โครงสร้างแบบพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีเสากลางเพื่อให้มองเห็นการทำงานทั้งชั้นได้อย่างชัดเจน
✔ ใช้ผนังกระจกจำนวนมากเพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตได้ทั่วทั้งโรงงาน
✔ ระบบระบายอากาศแบบ Positive Pressure ที่คล้ายห้องกึ่งคลีนรูมเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิต
✔ กำลังการผลิตสามารถขยายได้ถึง 1.8 เท่าจากเดิม
✔ สภาพแวดล้อมการทำงานที่สว่างและสบาย โดยใช้โทนสีฟ้าเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
นอกจากด้านดีไซน์และฟังก์ชันแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการจัดวางพื้นที่เพื่อส่งเสริมการสื่อสารระหว่างแผนก พร้อมสร้างองค์กรที่เปิดกว้างและทำงานร่วมกันได้ดีมากยิ่งขึ้น
กระบวนการผลิตฉลาก (ห้องกึ่งปลอดเชื้อ) ที่โรงงานแห่งใหม่ไม่ได้มีเพียงโชว์รูมเท่านั้นแต่ทั้งโรงงานรวมถึงคลังสินค้าและสายการผลิตถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับสัมผัสโซลูชันของ SATO ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผู้เยี่ยมชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ดังต่อไปนี้ เป้าหมายของการสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ คือ การทำให้โรงงานเป็น “สนามทดสอบจริง” โดยผู้ที่เข้าชมจะสามารถสัมผัสได้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในที่เดียว หรือกล่าวได้ว่าเป็น “Experience Center” สำหรับเทคโนโลยีและโซลูชันของ SATO อย่างแท้จริง การเริ่มดำเนินงานของโรงงานแห่งใหม่นี้ ถือเป็น “ช่วงก่อตั้งครั้งที่สอง” ของบริษัท โดยต่อจากนี้บริษัทมีแผนที่จะดำเนินการในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ 
▲ พื้นที่โรงงานที่กว้างขวางและสว่าง
มุ่งสู่ “Experience Center” ที่สัมผัสโซลูชันของ SATO ได้จริง
👉Factory Viewing มองเห็นกระบวนการผลิตตั้งแต่ทางเข้า
👉 โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์
👉 คลังสินค้าและสายการผลิตที่ติดตั้งโซลูชันของบริษัท

▲ โชว์รูมที่ตั้งอยู่ภายในโรงงาน (ซ้าย) และการจัดแสดงเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมรุ่นใหม่ SCANTRONiCS® CL4/6-SXR (ขวา)

▲ มุมโซลูชัน RFID ภายในโชว์รูม

▲ คลังสินค้าที่ใช้ระบบบริหารจัดการสต็อกที่พัฒนาโดยบริษัท
วิสัยทัศน์สู่โมเดลโรงงานแบบเรือธงระดับโลกที่เริ่มต้นจากประเทศไทย
■ เร่งนำโซลูชันของบริษัทไปใช้งานภายในโรงงานและคลังสินค้า
■ เสริมความสามารถในการรองรับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลและการพิมพ์หมายเลขเฉพาะรายชิ้น
■ สร้างโมเดลโรงงานเรือธงระดับโลกที่เริ่มต้นจากเอเชีย
เราต้องการให้ฐานในประเทศไทยกลายเป็นโชว์เคสด้านเทคโนโลยีสำหรับภูมิภาคเอเชียและตั้งเป้าหมายในอนาคตว่าจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกจะพูดกันว่า “ถ้าจะดูเทคโนโลยีของ SATO ต้องเริ่มจากการไปดูโรงงานที่ประเทศไทยก่อน” ซึ่งปัจจุบัน เราเปิดให้เข้าเยี่ยมชมโรงงานและโชว์รูมอย่างต่อเนื่อง

SATO AUTO-ID (THAILAND) CO., LTD.
Managing Director
Yusuke Konishi
หากสนใจเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ฉลากหรือโซลูชันอัตโนมัติในประเทศไทยตลอดจนสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงงานสามารถติดต่อและนัดหมายได้ผ่านแบบฟอร์มด้านล่างนี้