Array ( [0] => stdClass Object ( [id] => 1 [company_id] => 165 [image_url] => company-165-company-165-TOMAS-TECH_Slider.jpg [image_link] => [image_popup] => 0 [slide_id] => 1 [slide_list_name] => all ) )
  • HOME
  • >
  • NEWS
  • >
  • ตัวอย่างการใช้งานระบบดิจิทัลสำหรับเอกสารบันทึกรายงานในสายการผลิต | i-Reporter แอปพลิเคชันแบบไร้กระดาษ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของสายการผลิต

ตัวอย่างการใช้งานระบบดิจิทัลสำหรับเอกสารบันทึกรายงานในสายการผลิต | i-Reporter แอปพลิเคชันแบบไร้กระดาษ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของสายการผลิต

10/11/2023
Samurai Asia Editorial Department

TOMAS TECH นำเสนอการลดต้นทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ผ่านการใช้งานระบบไอทีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต และ BtoB ในประเทศไทย โดยในครั้งนี้จะขอแนะนำตัวอย่างการใช้งาน “i-Reporter” ระบบดิจิทัลสำหรับเอกสารบันทึกรายงานในสายการผลิต ของบริษัทNTPT Company Limited ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งจะกล่าวถึงตัวอย่างการนำมาแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง



'i-Reporter' แอปพลิเคชันแบบไร้กระดาษที่มีความคุ้มค่าด้านราคาคืออะไร?

現場帳票 電子化 タイ

'i-Reporter' เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำเอกสารบันทึกรายงานที่เป็นกระดาษและแบบฟอร์ม Excel มาแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลลงในอุปกรณ์แท็บเลตได้ โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบบฟอร์มกระดาษ ที่เขียนด้วยมือเอาไว้ได้ ซึ่งระบบนี้ได้รับการพัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัท CIMTOPS Corporation ประเทศญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งในหมวดแอปพลิเคชัน*
*เผยแพร่โดยสถาบันวิจัย Fuji Chimera เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566
สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของตลาดที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน/การสนับสนุน ESG ในปี 2566 โดย SX/GX
Ⅱ-A-10 โซลูชันสำหรับบัญชีแยกประเภทในกระบวนการผลิตแบบไร้กระดาษ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด 48.4%

ถือเป็นบริการสำหรับยุคใหม่ที่ทำให้การทำงานบนกระดาษกลายเป็นข้อมูลแบบดิจิทัล ตลอดจนทำให้ การบันทึกและการรายงานในกระบวนการผลิตเชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์


เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ด้วยการทำให้การบันทึกข้อมูลของสายการผลิตกลายมาเป็นรูปแแบบไร้กระดาษ

<บริษัท NTPT ค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตดังต่อไปนี้> ・Human Errorในการบันทึกจำนวนการผลิตหรือเรื่องราวเมื่อเกิดปัญหา ไปยังเอกสารรูปแบบกระดาษ ・ขั้นตอนการทำงานที่มากเกินไป เนื่องจากหลังการเขียนข้อมูลลงในกระดาษแล้ว จะต้องพิมพ์ข้อมูลในไฟล์ EXCEL อีกครั้ง ⇒ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ บริษัทจึงพิจารณาถึงประโยชน์ของการนำระบบ “i-Reporter” มาใช้งาน

1) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำรายงานและบันทึกรายงานประจำวัน ของสายการผลิต


2) เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสินค้าคงคลังและงานด้านคลังสินค้า


3) สามารถนำ DX มาใช้ในงานด้านการบำรุงรักษาได้จริง


4) เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมดูแลการทำงานในสายการผลิต


นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานได้แบบออฟไลน์, สามารถอัพโหลดแบบฟอร์ม EXCEL ที่ใช้งานอยู่เข้าไปในระบบได้ รวมไปถึงสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลได้ จึงทำให้ใช้งานระบบได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านระบบดิจิทัลได้

ข้อดีที่ดีที่สุด คือ ใช้งานง่าย จึงช่วยลดความสับสนในการใช้งานของหน้างานได้

Wเราได้ถามเจ้าหน้าที่ NTPT เกี่ยวกับเหตุผลในการใช้งานและความประทับใจที่มีต่อ "i-Reporter"
“ผมเคยใช้ i-Reporter ในโรงงานที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ และรับรู้ถึงความใช้งานง่าย จึงทำให้ตัดสินใจนำมาใช้งานและเนื่องจากสามารถนำแบบฟอร์ม EXCEL ที่เคยใช้งานอยูแล้ว มาแปลงเป็นไฟล์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ลงในไอแพดได้ จึงสามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตได้โดยไม่ก่อให้เกิดความสับสน ซึ่งจากการนำระบบมาใช้งาน ช่วยลดเวลาในการประมวลผล, คัดลอกและตรวจสอบข้อมูลได้ จึงส่งผลให้สามารถลดเวลาทำงานของพนักงานลงได้ด้วย” คุณ Uzui, NTPT

<เหตุผลในการเลือก TOMAS TECH ในฐานะผู้ให้บริการด้าน IT>
・ต้องการให้เจ้าหน้าที่ชาวไทยเป็นผู้ริเริ่มในการนำเข้ามาใช้ ・นอกจาก i-Reporter แล้ว ยังมีการพิจารณานำระบบอื่น ๆ เข้ามาใช้ด้วย เช่น การควบคุมการผลิตและการควบคุมสินค้าคงคลัง
⇒ TOMAS TECH มีข้อเสนอและโซลูชันที่หลากหลาย ตลอดจนให้คำปรึกษาได้อย่างรอบคอบ จึงได้รับการพิจารณาว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


▲ สามารถนำแบบฟอร์ม EXCEL ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กรอกเข้าไปเป็นแบบฟอร์มในแท็บเลตได้เลย

“i-Reporter ช่วยลดชั่วโมงการทำงานและข้อผิดพลาดที่เกิดจากการบันทึกข้อมูลลงบนกระดาษ ทำให้การบันทึกข้อมูลสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้อนข้อมูลด้วยการอ่านบาร์โค้ดและการถ่ายภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานผ่านแท็บเลตได้ จึงทำให้การทำงานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบการทำงานได้ภายในระยะเวลาอันสั้น จึงทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้” คุณชนะภัย, NTPT กล่าว


▲ เข้าถึงข้อมูลได้ทันที จึงทำให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้

▲ เข้าถึงได้ง่ายด้วยการอ่านบาร์โค้ด

สามารถนำไปใช้งานกับแบบฟอร์มดิจิทัลในโรงงานและสายการผลิตได้อย่างหลากหลาย

การใช้งาน i-Reporter ภายในโรงงานผลิตมีหลากหลายวิธี

สามารถลดเวลาการทำงานและข้อผิดพลาดของมนุษย์ที่มาจากการเขียนด้วยมือได้
ด้วยการแปลงแบบฟอร์มทั้งหมดจากกระดาษให้เป็นรูปแบบดิจิทัล จึงทำให้สามารถลดเวลาในการกรอกและคัดลอกข้อมูลได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนด้วยลายมือ

สามารถสร้างแบบฟอร์มดิจิทัลจากต้นฉบับที่ใช้งานอยู่ได้
คุณสมบัติที่สำคัญ คือ i-Reporter ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและแก้ไขรายงานของตนเองได้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้สามารถแปลงแบบฟอร์มทั้งหมดให้เป็นแบบฟอร์มในรูปแบบดิจิทัลได้จริง โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเอกสารที่ใช้ในกระบวนการผลิตเท่านั้น

"ด้วยการแปลบันทึกรายงานประจำวันและเอกสารบันทึกข้อมูลด้านคุณภาพให้เป็นรูปแบบดิจิทัล ทำให้การวิเคราะห์ Stop loss สามารถทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังวางแผนที่จะพัฒนาระบบ IT ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นและหวังว่าบริษัท TOMAS TECH จะทำงานร่วมกับเราเพื่อแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต” คุณ Usui, NTPT กล่าวทิ้งท้าย

i-Reporter เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่คุ้มค่าสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต
จึงอยากให้ทุกท่านลองใช้งานเพื่อเป็นก้าวแรกของ DX


▲ จากด้านซ้าย คุณ Yokoyama และ คุณ Tohdoh จาก CIMTOPS CORPORATION, คุณชนาไพร และ คุณ Usui จาก NTPT, คุณ Nozaki, คุณโสรยา และอรุณวิทย์จาก TOMAS TECH

【ได้รับความร่วมมือจาก 】
NTPT Company Limited

ในฐานะฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เราคือผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ให้บริการด้านการผลิตและกลึงตลับลูกปืนดุมล้อ,เพลาและเพลาขับ ที่มุ่งเน้นให้เกิดระบบการผลิต แบบบูรณาการในประเทศไทย


■ NTPT Company Limited
Masahiro Usui/President
Chanapai Chaiyadet /Deputy Senior Manager

■ CIMTOPS Corporation
YUKA TOHDOH/Global Marketing Specialist
横山 晃史 KOJI YOKOYAMA/Global Sales Representative

■ TOMAS TECH CO.,LTD
Ryo Nozaki/CEO
Soraya Norasing/Software Engineer
Arunwit Isarapongporn/Software Engineer


หากคุณกำลังพิจารณาการใช้งานระบบดิจิทัลสำหรับสายการผลิต (แบบไร้กระดาษ) สามารถติดต่อเราได้ผ่านแบบฟอร์มด้านล่างนี้



แบบฟอร์มสอบถามข้อมูล

โปรดติดต่อเราโดยกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

สามารถติดต่อได้ทางเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล

KOA-SHA (THAILAND) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "บริษัทของเรา") จะให้บริการต่างๆ (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "บริการนี้") ตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "นโยบายนี้") ดังต่อไปนี้

คำนิยามของข้อมูลส่วนบุคคล

ในนโยบายนี้ คำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวบุคคลที่ยังดำรงชีวิตอยู่ ชี้ถึงการที่สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้จากชื่อและนามสกุล, วันเดือนปีเกิด และการให้รายละเอียดอื่นๆ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงข้อมูลที่สามารถเทียบเคียงกับข้อมูลอื่นๆ ได้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุตัวบุคคลได้)

การรับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทของเราจะรับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีความยุติธรรม

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทของเราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้แต่ละรายในบริการนี้
  • เพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพของบริการนี้โดยการวิเคราะห์ทางสถิติ
  • เพื่อรองรับในการติดต่อสอบถามที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้
  • เพื่อเตรียมข้อมูลจากการดาวน์โหลดแคตตาล็อกให้กับบริษัทสมาชิกแต่ละแห่ง และดำเนินการทำแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้
  • เพื่อที่จะส่งคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเคมเปญที่ดำเนินการโดยบริษัทของเรา
  • อื่นๆ วัตถุประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้กับวัตถุประสงค์การใช้งานที่ระบุในข้างต้น
เกี่ยวกับ Cookie

บริษัทของเราใช้ cookie ในเว็บไซต์ของบริการนี้ อีกทั้งในระบบการโฆษณาก็มีบางส่วนที่ใช้ cookie ด้วย Cookie เป็นเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกประวัติการใช้งานที่ส่งและรับระหว่างเบราเซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ลงเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์เทอร์มินอลของผู้ใช้ หากคุณไม่ต้องการให้บริษัทของเราใช้ cookie ก็สามารถตั้งค่าปฏิเสธการใช้ cookie ในเบราเซอร์ของคุณเองได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่คุณปฏิเสธ cookie อาจเกิดผลกระทบตอนที่คุณเข้าใช้บริการนี้ในเว็บไซต์

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม

บริษัทของเราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากตัวบุคคลก่อนล่วงหน้า เว้นในกรณีที่มีการบัญญัติตามกฎหมาย

อนึ่ง บริษัทของเราอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและเปิดเผยแก่บุคคลที่สามในกรณีดังต่อไปนี้

  • ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้เอง
  • ในกรณีที่ได้รับการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลจากคำพิพากษา, คำตัดสิน และคำสั่งตามกฎหมายของศาลและองค์กรบริหารต่างๆ เป็นต้น
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้มาตรการการจัดการเพื่อป้องกันการรุกรานและป้องกันสิทธิและทรัพย์สินของบริษัทของเรา
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องปกป้องชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของ บริษัทของเรา ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไปอื่น ๆ และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
  • ในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการยกระดับสาธารณสุขและการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพของเด็กและเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
  • ในกรณีที่หน่วยงานระดับชาติหรือหน่วยงานของรัฐในประเทศหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมมือในการดำเนินกิจการตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ขัดขวางการปฏิบัติงานดังกล่าว เมื่อมีอันตรายอาจส่งผลต่อ
  • ในกรณีที่เปิดเผยและให้ข้อมูลในสภาพที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้ใช้ด้วยข้อมูลทางสถิติได้
การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  • บริษัทของเราจะเก็บรักษาความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและจัดการข้อมูลนี้อย่างปลอดภัย
  • บริษัทของเราจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การทำลาย การปลอมแปลง และการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
  • บริษัทของเราจะควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้องเหมาะสมผ่านการปรับปรุงระบบการจัดการและการฝึกอบรมของพนักงาน และใช้มาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย ถูกทำลาย ถูกปลอมแปลง และรั่วไหล
การร้องขอให้แจ้ง, เปิดเผย, แก้ไข, ระงับใช้ และอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่บริษัทของเราได้รับคำขอเกี่ยวกับการเปิดเผย การแก้ไข การเพิ่ม การลบ การระงับหรือการยกเลิกการใช้งาน การระงับการให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สาม และการแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจากตัวลูกค้าเอง เมื่อยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นตัวจริงแล้ว บริษัทของเราจะดำเนินการด้วยความสุจริตและรวดเร็วตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อนึ่ง ในกรณีที่คำขอไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากมีเหตุผลที่สามารถยอมรับการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ บริษัทของเราก็อาจไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอได้

นอกจากนี้ ในการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลและอื่นๆ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมให้กับบริษัทของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตอนที่ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดข้างต้น รวมถึงค่าบริการด้านการสื่อสารและค่าขนส่งที่ลูกค้าจะส่งมาถึงบริษัทของเรา จะถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าเอง

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทของเราจะทบทวนสถานะการบังคับใช้เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เห็นสมควร และจะพยายามปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และเราอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามความจำเป็น นโยบายความเป็นส่วนตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงจะมีการประกาศเมื่อถึงคราวจำเป็นบนเว็บไซต์นี้

ติดต่อ

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเรา ส่งอีเมล์มาได้ที่ msato@koasha.co.th

ข้อกำหนด ณ วันที่ 20 กันยายน ปี 2020

I have read and agree to the Privacy Policy
Please Wait
NEWS Other News
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงความสะดวกของเว็บไซต์
คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้และการใช้งานเว็บไซต์ ต่อไป แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้