
เครื่องวัดสามมิติ (CMM) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในวงการอุตสาหกรรมการผลิต
ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในวงการอุตสาหกรรมต่อเครื่องวัดสามมิติ (CMM) ทุกวันนี้ ความเข้มงวดต่อการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าในวงการอุตสาหกรรมนั้นเพิ่มมากขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นการตรวจสอบและวัดขนาดและรูปทรงของอะไหล่หรือชิ้นส่วนต่างๆ ว่าถูกผลิตมาได้ตามแบบที่ออกแบบไว้หรือไม่นั้นจึงสำคัญมาก ในข่าวครั้งนี้เราจะ ขอแนะนำเครื่องมือวัดสามมิติ (CMM) ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในการวัดรูปทรงและขนาดของสินค้าและอะไหล่ พร้อมกับแนะนำผู้ผลิตเครื่องมือวัดสามมิติซึ้งบริษัทอูโน แมชชิเนอรี่อยากจะแนะนำด้วยครับ
ที่ผ่านมาการตรวจสอบรูปทรง ขนาด และคุณภาพของอะไหล่และสินค้านั้นจะใช้เครื่องโปรฟายโปรเจคเตอร์หรือกล้องจุลทรรศน์ ในการใช้เครื่องมือเหล่านั้นวัดจำเป็นจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญและนอกจากนั้นใช้เวลาในการวัดมากเช่นกัน
แต่สำหรับเครื่องมือวัดสามมิตินั้น จะวัดตำแหน่งของชิ้นงานเป็นจุดๆหรือลากเส้นและนำพิกัดที่ได้จากการวัดนั้นไปคำนวณ ความกว้าง ความสูง ตวามยาว ของชิ้นงานออกมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จากเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้สามารถวัดชิ้นงานที่เป็นสามมิติได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้เครื่องมือวัดสามมิติ (CMM) ถูกนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ นอกจากนี้ เครื่องวัดสามมิติ (CMM) ยังถูกใช้ในการ (REVERSE ENGINEERING) ด้วยการนำข้อมูลพิกัดของชิ้นงานมาสร้างโมเดลสามมิติด้วยเช่นกัน
เครื่องมือวัดสามมิติ (CMM) นั้นแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ด้วยวิธีการวัดของเครื่องมือ คือ (แบบสัมผัส และ ไม่สัมผัส) แบบสัมผัสซึ่งใช้หัววัดแบบ (TOUCH PROBE) นั้น จำเป็นต้องสัมผัสชิ้นงาน จึงอาจทำให้ชิ้นงานเป็นรอยได้ ในตอนนี้ชิ้นงานหรืออะไหล่ในอุตสาหกรรมนั้นมีขนาดเล็กลง และมีความละเอียดสูงขึ้น เพราะฉะนั้นเครื่องมือวัดสามมิติแบบไม่สัมผัส โดยใช้เลเซอร์วัดซึ่งมีความเม่นยำสูงนั้นมีความต้องการจากตลาดมากขึ้น




