Array ( [0] => stdClass Object ( [id] => 1 [company_id] => 20 [image_url] => company-20-company-20-y1.jpg [image_link] => [image_popup] => 0 [slide_id] => 1 [slide_list_name] => all ) [1] => stdClass Object ( [id] => 1 [company_id] => 20 [image_url] => company-20-company-20-y2.jpg [image_link] => [image_popup] => 0 [slide_id] => 1 [slide_list_name] => all ) [2] => stdClass Object ( [id] => 1 [company_id] => 20 [image_url] => company-20-company-20-y3.jpg [image_link] => [image_popup] => 0 [slide_id] => 1 [slide_list_name] => all ) [3] => stdClass Object ( [id] => 1 [company_id] => 20 [image_url] => company-20-company-20-y4.jpg [image_link] => [image_popup] => 0 [slide_id] => 1 [slide_list_name] => all ) )
  • HOME
  • >
  • NEWS
  • >
  • (ประเทศไทย / การฆ่าเชื้อ) ViruClear ระบบการสร้างกรดไฮโปคลอรัส ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ด้วยความเข้มข้นของคลอรีนที่ 200 ppm

(ประเทศไทย / การฆ่าเชื้อ) ViruClear ระบบการสร้างกรดไฮโปคลอรัส ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ด้วยความเข้มข้นของคลอรีนที่ 200 ppm

18/05/2020
Haruhisa Yamada
President

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพชีวิตที่เสื่อมถอยของประชาชนหรือผลผลิตของบริษัทที่ลดลงไปทั่วโลก การจัดเตรียมมาตรการป้องกันภายในบริษัทหรือครัวเรือนกลายเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการพิจารณาการผ่อนปรนข้อกำหนดหรือการอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอีกครั้ง เพื่อธำรงรักษาคุณภาพชีวิตและผลผลิตไว้

ViruClear เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้าง "กรดไฮโปคลอรัส" ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อสูงซึ่งปัจจุบันมักใช้กันทั่วไปในโรงพยาบาลของประเทศญี่ปุ่น สารฟอกขาวในครัวที่มีการแนะนำให้ใช้ควบคู่ไปกับแอลกฮอล์เพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อไม่นานมานี้นั้น มีส่วนประกอบของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง ทั้งนี้โซเดียมไฮโปคลอไรท์เป็นตัวทำละลายที่มีฤทธิ์เป็นด่างและมีความเสี่ยงที่จะทำปฏิกิริยากับโปรตีนบนผิวหนังจนก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ หากมีการสัมผัสถูกมือ ฯลฯ อีกทั้งหากนำมาผสมกับสารชำระล้างประเภทอื่นก็อาจมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตของมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน



ในขณะที่ ViruClear ใช้วิธีการเฉพาะในการผสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงสามารถรักษาเสถียรภาพของความเป็นกรดอ่อนที่มีค่า pH อยู่ที่ 5-6.5 ได้ อีกทั้ง "ViruClear water" น้ำกรดไฮโปคลอรัสที่มีความเข้มข้นของคลอรีนที่ 200ppm ปริมาณ 300L/ชั่วโมง ยังช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับท่านได้ในราคาย่อมเยาอีกด้วย นอกจากนี้ "ViruClear water" น้ำกรดไฮโปคลอรัสยังมีความสามารถในการฆ่าเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียได้มากกว่าสารฟอกขาวในครัวทั่วไป (สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์) ที่ความเข้มข้นเดียวกันได้ถึง 80 เท่าอีกด้วย

▲ViruClear มีขนาดใกล้เคียงกันกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ


น้ำกรดไฮโปคลอรัสของ ViruClear ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยในอนาคต ในฐานะของสารฆ่าเชื้อ

ในความเป็นจริงมนุษย์จะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ โดยเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่ในการผลิตสารต้านไวรัสและแบคทีเรียซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับกรดไฮโปคลอรัสที่ผลิตโดย ViruClear หากกรดไฮโปคลอรัสสัมผัสถูกกับสารอินทรีย์แล้วจะทำให้สารอินทรีย์ดังกล่าวหยุดการทำงาน (สลายตัวไปพร้อมกับสารอินทรีย์ อาทิ แบคทีเรีย ฯลฯ) และกลับคืนสภาพเป็นน้ำโดยแทบจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆต่อร่างกายของมนุษย์ แม้จะไม่แนะนำให้นำมาดื่ม แต่สามารถใช้เป็นน้ำยาล้างมือ, สารทำความสะอาดอาหารและสารกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น "กรดไฮโปคลอรัส" ได้รับการระบุให้เป็นสารเติมแต่งอาหารเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2002 โดยมีคุณสมบัติและความปลอดภัยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฯลฯ อีกทั้งจากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาของมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นยังพบว่าน้ำกรดไฮโปคลอรัสมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือโนโรไวรัสได้อีกด้วย

นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2020 องค์กรอิสระภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมยังได้เริ่มนำมาทดลองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีกด้วย (การใช้น้ำกรดไฮโปคลอรัสในการยับยั้งไวรัส COVID-19) (กรุณาสอบถามรายละเอียดได้กับบริษัทโดยตรง) ดังนั้นแล้ว เหตุใดน้ำกรดไฮโปคลอรัสซึ่งมีคุณประโยชน์อันมากมายนี้ จึงยังไม่ได้รับการรับรองให้เป็นสารฆ่าเชื้อภายใต้พระราชบัญญัติเภสัชภัณฑ์ของทั้งประเทศไทยและญี่ปุ่น ?

นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติที่ "ไม่สามารถคงสภาพของส่วนประกอบได้เป็นเวลานาน" ซึ่งเป็นข้อเสียเพียงข้อเดียวของน้ำกรดไฮโปคลอรัส แม้น้ำกรดไฮโปคลอรัสจะมีความเข้มข้นสูงก็ตาม แต่ก็ยากที่จะนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ เนื่องจากคลอรีนมักมีการสลายตัวตามธรรมชาติหรือเมื่อสัมผัสถูกกับแสง UV ฯลฯ ดังนั้น จึงขอแนะนำว่าควรใช้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนหรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่ที่ผลิต จึงจะสามารถรักษาประสิทธิภาพของน้ำไว้ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ความสดใหม่เป็นสิ่งสำคัญของน้ำกรดไฮโปคลอรัสและจำเป็นต้องสร้างหรือใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการใช้งานมากที่สุดนั่นเอง

■ตัวอย่างการใช้งาน ViruClear water
・ดับกลิ่นและฆ่าเชื้อในห้องน้ำ, รองเท้า, เสื้อผ้า, ห้องพัก ฯลฯ (สเปรย์)
・ฆ่าเชื้อในอาหารสด อาทิ ผัก, อาหารทะเล ฯลฯ (ล้างด้วย ViruClear water)
・ฆ่าเชื้อในห้องครัว (ทำความสะอาดด้วยสเปรย์หรือ ViruClear water)
・ฆ่าเชื้อบริเวณที่มีการสัมผัส อาทิ มือ, ลูกบิดประตู ฯลฯ

*เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อเท่านั้น
*กรณีที่มีกลิ่นของคลอรีนหลังจากล้างทำความสะอาดอาหาร ฯลฯ ขอแนะนำให้ใช้น้ำประปาล้างอีกครั้ง


■สถานที่ที่มีการใช้งานอุปกรณ์สร้าง ViruClear
・ร้านอาหาร (อาทิ สำนักงานใหญ่ของร้านประเภทเฟรนไชส์ ฯลฯ)
・โรงงานแปรรูปอาหาร
・โรงงานทั่วไป (ป้องกันอาหารเป็นพิษในโรงอาหาร, ฆ่าเชื้อก่อนเข้าโรงงาน, ป้องกันโรคระบาด ฯลฯ)
・สถานพยาบาล อาทิ โรงพยาบาล, คลีนิกทันตกรรม ฯลฯ
・สถานที่สาธารณะหรือการขนส่งมวลชน (ฆ่าเชื้อตามสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน อาทิ ที่นั่ง, ราวจับ ฯลฯ) ฯลฯ


เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นด้วยการใช้ Alkaline ionized water (ALCOOL) x น้ำกรดไฮโปคลอรัส (ViruClear)

หากใช้ ViruClear ควบคู่ไปกับ "ALCOOL" ที่แนะนำในบทความฉบับที่แล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อให้มากขึ้น
ALCOOL เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้าง Alkaline ionized water ซึ่งมีค่า pH อยู่ที่ 12.5 Alkaline ionized water มีประสิทธิภาพในการล้างคราบโปรตีนหรือไขมัน รวมทั้งฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ สิ่งนี้มีคุณสมบัติในการกำจัดคราบที่หลงเหลืออยู่ = แหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรีย หลังจากที่ล้างด้วยสารชำระล้างเพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ อาทิ แบคทีเรีย E.coli, Vibrio parahaemolyticus, Salmonella ฯลฯ แม้น้ำกรดไฮโปคลอรัสของ ViruClear จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงก็ตาม แต่ไม่สามารถชำระล้างคราบสกปรกที่ฝังแน่นได้ ดังนั้น หากนำ ViruClear water มาทำการฉีดพ่นหลังจากที่ใช้น้ำของ ALCOOL ในการล้างทำความสะอาดแล้วจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่มากขึ้นนั่นเอง


หากท่านมีความสนใจใน ViruClear ระบบการสร้างกรดไฮโปคลอรัสของบริษัท YMTT แล้ว กรุณาสอบถามได้โดยผ่านการกรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้



แบบฟอร์มสอบถามข้อมูล

โปรดติดต่อเราโดยกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

สามารถติดต่อได้ทางเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล

KOA-SHA (THAILAND) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "บริษัทของเรา") จะให้บริการต่างๆ (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "บริการนี้") ตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (จะเรียกต่อจากนี้ว่า "นโยบายนี้") ดังต่อไปนี้

คำนิยามของข้อมูลส่วนบุคคล

ในนโยบายนี้ คำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวบุคคลที่ยังดำรงชีวิตอยู่ ชี้ถึงการที่สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้จากชื่อและนามสกุล, วันเดือนปีเกิด และการให้รายละเอียดอื่นๆ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงข้อมูลที่สามารถเทียบเคียงกับข้อมูลอื่นๆ ได้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุตัวบุคคลได้)

การรับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทของเราจะรับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีความยุติธรรม

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทของเราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้แต่ละรายในบริการนี้
  • เพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพของบริการนี้โดยการวิเคราะห์ทางสถิติ
  • เพื่อรองรับในการติดต่อสอบถามที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้
  • เพื่อเตรียมข้อมูลจากการดาวน์โหลดแคตตาล็อกให้กับบริษัทสมาชิกแต่ละแห่ง และดำเนินการทำแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้
  • เพื่อที่จะส่งคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเคมเปญที่ดำเนินการโดยบริษัทของเรา
  • อื่นๆ วัตถุประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้กับวัตถุประสงค์การใช้งานที่ระบุในข้างต้น
เกี่ยวกับ Cookie

บริษัทของเราใช้ cookie ในเว็บไซต์ของบริการนี้ อีกทั้งในระบบการโฆษณาก็มีบางส่วนที่ใช้ cookie ด้วย Cookie เป็นเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกประวัติการใช้งานที่ส่งและรับระหว่างเบราเซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ลงเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์เทอร์มินอลของผู้ใช้ หากคุณไม่ต้องการให้บริษัทของเราใช้ cookie ก็สามารถตั้งค่าปฏิเสธการใช้ cookie ในเบราเซอร์ของคุณเองได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่คุณปฏิเสธ cookie อาจเกิดผลกระทบตอนที่คุณเข้าใช้บริการนี้ในเว็บไซต์

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม

บริษัทของเราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากตัวบุคคลก่อนล่วงหน้า เว้นในกรณีที่มีการบัญญัติตามกฎหมาย

อนึ่ง บริษัทของเราอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและเปิดเผยแก่บุคคลที่สามในกรณีดังต่อไปนี้

  • ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้เอง
  • ในกรณีที่ได้รับการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลจากคำพิพากษา, คำตัดสิน และคำสั่งตามกฎหมายของศาลและองค์กรบริหารต่างๆ เป็นต้น
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้มาตรการการจัดการเพื่อป้องกันการรุกรานและป้องกันสิทธิและทรัพย์สินของบริษัทของเรา
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องปกป้องชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของ บริษัทของเรา ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไปอื่น ๆ และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
  • ในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการยกระดับสาธารณสุขและการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพของเด็กและเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
  • ในกรณีที่หน่วยงานระดับชาติหรือหน่วยงานของรัฐในประเทศหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมมือในการดำเนินกิจการตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ขัดขวางการปฏิบัติงานดังกล่าว เมื่อมีอันตรายอาจส่งผลต่อ
  • ในกรณีที่เปิดเผยและให้ข้อมูลในสภาพที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้ใช้ด้วยข้อมูลทางสถิติได้
การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  • บริษัทของเราจะเก็บรักษาความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและจัดการข้อมูลนี้อย่างปลอดภัย
  • บริษัทของเราจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การทำลาย การปลอมแปลง และการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
  • บริษัทของเราจะควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้องเหมาะสมผ่านการปรับปรุงระบบการจัดการและการฝึกอบรมของพนักงาน และใช้มาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย ถูกทำลาย ถูกปลอมแปลง และรั่วไหล
การร้องขอให้แจ้ง, เปิดเผย, แก้ไข, ระงับใช้ และอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่บริษัทของเราได้รับคำขอเกี่ยวกับการเปิดเผย การแก้ไข การเพิ่ม การลบ การระงับหรือการยกเลิกการใช้งาน การระงับการให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สาม และการแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจากตัวลูกค้าเอง เมื่อยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นตัวจริงแล้ว บริษัทของเราจะดำเนินการด้วยความสุจริตและรวดเร็วตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อนึ่ง ในกรณีที่คำขอไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากมีเหตุผลที่สามารถยอมรับการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ บริษัทของเราก็อาจไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอได้

นอกจากนี้ ในการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลและอื่นๆ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมให้กับบริษัทของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตอนที่ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดข้างต้น รวมถึงค่าบริการด้านการสื่อสารและค่าขนส่งที่ลูกค้าจะส่งมาถึงบริษัทของเรา จะถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าเอง

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทของเราจะทบทวนสถานะการบังคับใช้เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เห็นสมควร และจะพยายามปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และเราอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามความจำเป็น นโยบายความเป็นส่วนตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงจะมีการประกาศเมื่อถึงคราวจำเป็นบนเว็บไซต์นี้

ติดต่อ

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเรา ส่งอีเมล์มาได้ที่ msato@koasha.co.th

ข้อกำหนด ณ วันที่ 20 กันยายน ปี 2020

I have read and agree to the Privacy Policy
Please Wait
NEWS Other News
Contact Us

Office
Tel: +66(0)38-215-784

Ms.Wararach Thonglor
Mobile: +66(0)98-2714071
Email: contact_smri@ymtt.co.th

Categories
Feature
News
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงความสะดวกของเว็บไซต์
คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้และการใช้งานเว็บไซต์ ต่อไป แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้